<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไวรัสไม่ถือพาสปอร์ต...&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่ายุโรปได้กลายเป็น &amp;quot;ศูนย์กลางแห่งการแพร่ Covid-19 ของโลก&amp;quot; แทนประเทศจีนแล้ว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปและความน่าสยองก็เพิ่มดีกรีขึ้นหลายเท่าทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสที่เมืองจีนพ้นจุดสูงสุดแล้ว กำลังทรงตัว แต่ยุโรปหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นอิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส และอังกฤษกำลังกลายเป็นแหล่งแพร่โรคร้ายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแต่อย่างใด...หรือถ้าหากเจ้าไวรัสตัวนี้กระโดดไปแพร่อย่างกว้างขวางในทวีปแอฟริกา จะเกิดการ &amp;quot;ลามโลก&amp;quot; ของจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์การแพร่เชื้อนี้ที่อิหร่านยังไม่ได้บรรเทาเบาบางลงแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากโรคร้ายนี้แพร่จากอิหร่านไปยังประเทศอื่นๆ รอบด้าน ตะวันออกกลางก็อาจจะกลายเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรจะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่ใช่ว่าเราจะวางใจเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นได้ เพราะทั้งสองประเทศนี้ยังไม่ได้ส่งสัญญาณของการ &amp;nbsp;&amp;quot;ทรงตัว&amp;quot; แต่อย่างใดทั้งสิ้น ตัวเลขคนป่วยและตายยังวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จึงต้องสอดส่ายสายตาด้วยความระแวดระวังไปทั่วโลกโดยที่ไม่อาจจะวางใจจุดไหนได้เลย...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะแม้แต่จีนเอง ผู้นำที่นั่นก็ยังตอกย้ำถึงความสำคัญของการต้องมีความเข้มข้นในการบังคับใช้มาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ภาพที่จีนส่งคณะหมอกับผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปช่วยอิตาลีทั้งๆ ที่ตัวเองเพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้นั้น ก็ต้องถือว่าเป็นการแสดงสปิริตของความพร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นของปักกิ่งที่น่าชื่นชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าห่วงก็คือสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังส่งสัญญาณสับสนอยู่ว่าจะเอาจริงเอาจังแค่ไหนในการสกัดไวรัสตัวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ประกาศ &amp;quot;ภาวะฉุกเฉิน&amp;quot; เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากแสดงออกถึงความเฉื่อยชาและไม่ยอมรับความเป็นจริงมาหลายสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คำสั่งห้ามการเดินทางจากยุโรป (ยกเว้นสหราชอาณาจักร) มาสหรัฐฯ 30 วันนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ (เวลาที่นั่น) สร้างความวุ่นวายสับสนมากกว่าความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่าในทางปฏิบัติจะตีความคำสั่งนี้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้ามคือคนถือพาสปอร์ตยุโรป หรือคนที่ไปพำนักอยู่ที่นั่น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าคนในยุโรปมาขึ้นเครื่องบินที่อังกฤษ จะเข้าอเมริกาได้หรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่บอกว่าคำสั่งนี้ใช้เฉพาะ &amp;quot;คนต่างด้าว&amp;quot; ไม่รวมถึงคนอเมริกันนั้น แปลว่าอะไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอเมริกันที่อยู่ยุโรปมีภูมิต้านทานต่อไวรัสตัวนี้มากกว่าคนยุโรปหรืออย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอเมริกันไม่แพร่เชื้อที่บ้านตัวเองอย่างนั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อสหภาพยุโรปออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อ &amp;quot;การตัดสินใจแต่เพียงฝ่ายเดียว&amp;quot; ของทรัมป์โดยไม่มีการปรึกษาหารือกับยุโรปก่อนนั้น จะมีผลต่อความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และการค้าขายกับการลงทุนอย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ WHO บอกว่ายุโรปได้กลายเป็น &amp;quot;ศูนย์แพร่เชื้อ&amp;quot; แทนจีนแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เพราะองค์การอนามัยโลกก็ได้ประกาศ Pandemic หรือ &amp;quot;โรคลามทั่วโลก&amp;quot; แล้ว ถือว่าเป็นการเตือนภัยระดับสูงสุด แล้วจะยังสามารถยกระดับการเตือนภัยคุกคามได้สูงกว่านี้อีกหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรัมป์สร้างความปั่นป่วนต่อยุโรปหนักหน่วงอย่างนี้ คำถามต่อไปก็คือว่าเศรษฐกิจโลกจะดำดิ่งลงไปมากกว่านี้หรือไม่ อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลีเจอศึกหนักสุดในยามนี้ เฉพาะวันศุกร์ที่ผ่านมาวันเดียว มีคนตายถึง 250 ทำให้ยอดคนเสียชีวิตพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1,266 และคนป่วยสูงถึง 17,660
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนตามมาติดๆ ด้วยตัวเลขคนตายวันเดียวกระโดดขึ้น 50% ไปอยู่ที่ 120 และคนติดเชื้อมีมากถึง 4,231 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนประกาศภาวะฉุกเฉินพร้อมๆ กับสหรัฐฯ เพื่อสามารถใช้งบประมาณพิเศษในการสกัดไวรัสตัวนี้...และหาทางปิดชายแดนกับเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นรวดเร็วเกินกว่าที่จะตั้งรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขทั่วโลกวันนี้ มีคนตายแล้วกว่า 5,000 คนและติดเชื้อแล้วกว่า 132,500 คน และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มไต่ใกล้ &amp;quot;จุดสูงสุด&amp;quot; เมื่อใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่ความกลัวกระจายตัวไปกว้างขวางขึ้น ก็มีสาเหตุมาจากความตระหนักอย่างที่คุณคริสเตียน &amp;nbsp;ลาร์การ์ด กรรมการผู้จัดการธนาคารกลางแห่งยุโรป ออกมาแสดงความเห็นหลังจากทรัมป์ประกาศห้ามการเดินทางจากยุโรปเข้าอเมริกาว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไวรัสไม่มีพาสปอร์ต....และไม่รู้จักเส้นแบ่งชายแดนของประเทศนะคะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิสูจน์จากของจริงแล้วว่าเจ้า Covid-19 มีความยุติธรรมตรงที่ว่า มันโจมตีทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจน เป็นยาจกหรือนายกรัฐมนตรี!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59853</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, คริสเตียน  ลาร์การ์ด, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
